"คู่มือ...ทำกับข้าวเมืองเหนือประยุกต์" (ฉบับรีไซเคิ้ล) เล่มนี้ ผมขออนุญาตเรียกอย่างนี้ เพราะกระดากที่จะเรียกว่า "ตำรา" ผมเขียนขึ้นจากประสบการณ์ในการทำกับข้าวด้วยตนเองเกือบจะทุกวัน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่จนเกือบจะลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว ส่วนหนึ่งซึ่งนับว่าเป็นส่วนมากที่สุดมาจากความทรงจำในอดีต ที่ได้อาสาเป็นลูกมือช่วยผู้ใหญ่ทำกับข้าวอยู่เสมอ... และทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ผมได้ตรวจสอบชำระข้อความบางท่อนบางตอนที่เป็นส่วนสาระสำคัญกับหนังสือ "ตำราทำกับข้าวเมืองเหนือ" เขียนโดย คุณสงวน โชติสุขรัตน์ ซึ่งเป็นบรมครูทางการหนังสือพิมพ์ขั้นปฐมของผม แล้วนำมาคลุกเคล้าผสมผสานเรียบเรียงเขียนขึ้นมาใหม่ในเชิง "เล่าสู่กันฟัง" ทั้งนี้ เพื่อสะดวกแก่คนรุ่นใหม่ จะได้นำเอาไปเป็น "คู่มือ" อนุรักษ์การทำกับข้าวของเมืองเหนือ ให้คงอยู่ถึงคนรุ่นต่อๆไป โดยคำนึงถึงวิธีการการทำกับข้าวเพื่อให้ทำกันได้อย่างง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

"หนูไม่อยากไปโรงเรียน"




"หนูไม่อยากไปโรงเรียน"
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

คุณพ่อ'Pongpure Purepure' เล่าประสบการณ์.. ฝึกลูกที่ไม่อยากไปโรงเรียน จนสุดท้ายลูกกลับใจไม่งอแงและรู้ว่าการเรียนสบายที่สุดแล้ว..


"หนูไม่อยากไปโรงเรียน"

เช้านี้ลูกแต่งตัวใส่ชุดนักเรียนเสร็จก็ร้องไห้งอแง บอกหนูไม่อยากไป ร.ร.

ผม:ถามว่าทำไมหนูถึงไม่อยากไป ร.ร.

ลูก:ตอบว่าอยู่บ้านสบายกว่า

ผม:งั้นถ้าหนูไม่ไป ร.ร.หนูต้องทำงานนะ

ลูก:โอเคค่าสบายอยู่แล้วได้อยู่บ้านไม่ต้องไป ร.ร.

ผมเลยเริ่มจากให้กวาดบ้านทั้งบ้านก่อน ตอนแรกยังสบายๆแค่กวาดบ้าน


พอกวาดบ้านเสร็จผมก็ให้เค้าถูบ้านทั้งบ้านตั้งแต่ห้องรับแขกยันห้องครัว เริ่มมีบ่นว่าหนักแต่ก็ยังสบายอยู่ พอถูบ้านเสร็จ

ลูก:เริ่มบ่นว่าหิวข้าวแล้วอ่ะป๊า

ผม:หิวข้าวหรอลูกงั้นเราไปหาเงินกินข้าวกัน


ผมก็ได้เริ่มจากให้เค้าเก็บขวดเปล่าในบ้านไปขาย ให้เข็นรถเข็นตากแดดไปร้านขายของเก่า


ลูกได้เงินมา 5 บาท ดีใจป๊าหนูได้เงินกินข้าวแล้ว

บอกยังลูกยังไม่พอกินข้าวเลย กินข้าวต้องใช้เงิน 40 บาท งั้นไปเราต้องเข็นกันอีก 7 รอบนะ

ลูก:โอเคค่า 7รอบก็7รอบ


รอบ2 เริ่มร้อนเริ่มเหนื่อย เริ่มบ่นทั้งร้อนทั้งเหนื่อยทั้งหิวข้าว

ผมก็บอกว่าป่านนี้เพื่อนๆของหนูได้กินขนมเบรคเช้าแล้วมั้งเนี่ย กำลังกินโอวัลตินกันอยู่แน่ๆเลย แต่เราต้องมาทำงานเนอะ ปะลุยต่อลูก..


ลูกก็เข็นรอบ2 เอาไปขาย ได้เงินมาอีก 5 บาท

(ผมเอาเงินให้ร้านขายของเก่าไว้ให้ลูกผม ผมบอกพี่ช่วยผมหน่อยนะครับผมจะสอนเค้า)

ผมเลยบอกเหลืออีก 6รอบ ถึงจะมีตังพอซื้อข้าวกิน


กลับบ้านมาเอาของไปขายรอบที่3 รอบนี้เริ่มออกอาการมากทั้งร้อนทั้งเหนื่อย

ผมก็คุยกับเค้า เหนื่อยมั้ยลูก ร้อนมั้ยลูก เห็นป้าเค้ามั้ยลำบากมั้ย

ทำไมป๊าถึงอยากให้หนูไป ร.ร. เพราะป๊าไม่อยากให้หนูลำบากไงลูก

ปะเหลืออีก 5 รอบใกล้ได้กินข้าวละ

พอเข็นกลับก็แสดงอาการให้เห็นว่าเหนื่อยมากๆ เริ่มโทรม


พอกลับมาถึงบ้านลูกผมเข้ามากอดและพูดคำที่ผมอยากได้ยินที่สุดในการสอนลูกครั้งนี้

"ป๊าทำไมทำงานมันลำบากอย่างนี้ หนูอยากไป ร.ร.แล้วอ่ะป๊า"

แค่นั้นแหละผมก็กอดลูกหอมลูก

ผมบอกตอนนี้หน้าที่ของหนูคือไปเรียนหนังสือ เห็นมั้ยไปเรียนหนังสือสบายกว่าอยู่บ้านตั้งเยอะ ทั้งมีความรู้มีเพื่อนมีทุกอย่างเลย

ลูกบอกเคค่ะต่อไปนี้หนูอยากไป ร.ร.ทุกวันเลย


เขียนยาวที่สุดในชีวิต ขอบคุณที่อ่านจบ.

Cr.ภาพ&ข้อมูล : Pongpure Purepure
https://www.facebook.com/pongpure.purepure/posts/1152474974796909


วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ปีกไก่ทอดน้ำปลา "กรอบนอกนุ่มใน", ไก่ต้มน้ำปลา..สูตรนี้อร่อยจริงๆ, น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว

01 ปีกไก่ทอดน้ำปลา "กรอบนอกนุ่มใน"

ปีกไก่ทอดน้ำปลา "กรอบนอกนุ่มใน"
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

02 เราจะมาทำไก่ทอดกันครับ เริ่มต้นด้วย ปีกกลางไก่

03 ใครชอบชิ้นเล็กๆ ก็ผ่าครึ่งตามแนวยาว ล้างให้สะอาด หมักด้วยน้ำปลา เกลือนิดหน่อย น้ำตาลทรายพอประมาณ พริกไทย หรือใครชอบใส่ผง บาบิคิว ผงปาปริก้า ก็ใส่ไปได้เลย หมักประมาณ 2 ชั่วโมง

04 สองชั่วโมงผ่านไป ใครไม่มีเวลาก็ตามแต่สะดวก ตั้งหม้อเตรียมนึ่ง ใส่น้ำ ใส่ใบเตยลงไป

05 นำไก่ที่หมักไว้ใส่ลังถึง คลุกด้วยน้ำมันพืชนิดหน่อย เพื่อไม่ให้หนังไก่ติดกัน น้ำต้องเดือดก่อนนะ จึงยกลังถึงไก่ขึ้นนึ่ง (ปิดฝา)

06 นึ่งไปประมาณ 20 นาที ปิดเตา เปิดฝา

07 ผึ่งไว้ให้แห้ง..แห้งแบบหมาดๆ ไม่มีไอน้ำเกาะ ถ้ากลัวเสียเวลาก็ตากแดด หาอะไรคลุมไว้ กันแมลง

08 ต่อไปขั้นตอนการทอด ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันปาล์มลงไป ผมใช้กระทะทองเหลือง ความร้อนทั่วถึงดี ถ้าไม่มีก็ใช้กระทะธรรมดาได้

09 รอน้ำมันร้อน.. น้ำมันร้อนแล้ว เบาไฟนิดหน่อย ใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง แล้วใส่ไก่ลงไปทอด น้ำมันท่วมไก่

10 ใช้กระชอนคนดู ถ้าไฟแรง เหลืองเร็วเกินไปให้เบาไฟลง หรือคีบออกมาดู ถ้าไม่แน่ใจก็เอาออกมาใช้มีดผ่าดู

11 ใครชอบแบบหนังนิ่มๆ ก็สังเกตดู ถ้าใครชอบแบบกรอบๆ รอจนเหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นได้เลย

12 รอให้สะเด็ดน้ำมัน

13 ตอนนี้ต้องการข้าวเหนียวร้อนๆ น้ำพริกตาแดง หรือใครชอบน้ำจิ้มไก่ ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ก็อร่อยครับ

@ มีอีกหลากหลายที่ผมรวมไว้ เข้าไปดูได้ที่..
https://www.facebook.com/EatAffair


ไก่ต้มน้ำปลา..สูตรนี้อร่อยจริงๆ
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

คลิกภาพ..เพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

คลิกภาพ..เพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รหัสลับ..สิบล้อ.., เคล็ดลับ..ดูแลรถยนต์หน้าร้อน, 5อาการก่อนเกียร์ออโต้เจ๊ง..


รหัสลับ..สิบล้อ..
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

คนขับขี่รถอย่างเราควรจะรู้ไว้บ้าง สามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้..

"เรียนรู้-เข้าใจ สัญญาณไฟจากรถบรรทุก"

สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในยามค่ำคืน ที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อยๆ มักจะพบเจอกับบรรดารถบรรทุก รถทัวร์ รถโดยสาร เป็นเพื่อนร่วมทางอยู่เสมอ

ซึ่งเมื่อเราขับรถเข้าใกล้รัศมีของรถบรรทุกเหล่านั้น รถบรรทุกมักจะเปิดไฟเป็นสัญญาณลักษณะต่างๆ โดยการเปิดไฟกระพริบ ไฟสูง ไฟเลี้ยว

บางท่านที่ยังไม่ทราบความหมายอาจสงสัยว่า เอ๊ะ! เค้าเปิดไฟแบบนี้ ต้องการบอกอะไรกับเรานะ?

บทความนี้เราจะมาไขความหมายถึงสัญญาณไฟลักษณะต่างๆ ที่พี่รถบรรทุกคันใหญ่ยักษ์ส่งมาให้ได้ทราบกัน

ภาพลักษณ์ของรถบรรทุกขนาดใหญ่มักออกมาในทางลบจากเหตุการณ์อุบัติเหตุต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นโดยมีรถบรรทุก หรือเรียกกันติดปากว่า "สิบล้อ" ร่วมอยู่ในอุบัติเหตุเหล่านั้น

แต่จะมีใครทราบหรือไม่ว่า จริงๆแล้วก็ยังมีพี่สิบล้อใจดีอีกมากมายที่คอยส่งสัญญาณไฟ เพื่อบอกและเตือนให้ทราบถึงเส้นทางข้างหน้า และบอกถึงสถานการณ์ปัจจุบันในการขับขี่กับผู้ร่วมทางอย่างเราๆ

เริ่มจาก..

@ ระวัง!!
เมื่อไหร่ที่สังเกตเห็นรถบรรทุกคันหน้าให้สัญญาณเป็นลักษณะไฟเลี้ยวซ้ายที-ขวาที สลับกัน นั่นหมายความว่าเขากำลังส่งสัญญาณบอกให้เราระวัง เพราะเขากำลังจะเบรก ทางข้างหน้าอาจมีด่านหรือเกิดอุบัติเหตุอยู่ เพราะฉะนั้นให้เราชะลอความเร็ว วิ่งด้วยความเร็วต่ำ และห้ามแซง

@ ให้ทาง
หากเราขับรถตามพี่สิบล้อคันใหญ่ แล้วรู้สึกว่ารถบรรทุกคันหน้าวิ่งช้า และกำลังตัดสินใจจะแซง ขณะที่เราจะแซงนั้นสังเกตเห็นว่า รถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทั้งที่ไม่มีทางแยกหรือทีท่าจะเลี้ยวแต่อย่างใด นั่นหมายถึงเขากำลังบอกเราว่า ทางข้างหน้าปลอดภัย สามารถแซงออกขวาได้

@ ห้ามแซง
ถ้าเป็นเหตุการณ์เหมือนข้อที่แล้ว ที่เราคิดจะแซงรถบรรทุก แล้วมีสัญญาณไฟเลี้ยวขวากระพริบขึ้นมา นั่นแสดงว่าเขาจะบอกเราเป็นนัยๆ ว่าห้ามแซง อาจมีโค้ง หรือมีรถสวนมา หรืออาจมีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า ไม่ควรที่จะแซง ถ้าแซงอาจทำให้แซงไม่พ้น ให้รอก่อน และเมื่อพี่สิบล้อคันข้างหน้าเห็นว่าทางสะดวกสามารถแซงได้ ก็จะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายส่งสัญญาณให้เราแซงได้อย่างสะดวกในเวลาต่อมา

@ ขอทางหน่อย จะตรงไป
กรณีคุณขับรถตามรถบรรทุกที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรตรงสี่แยก แล้วสังเกตเห็นรถบรรทุกเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน นั่นก็หมายความว่า เขากำลังจะตรงไป หากคันหลังจะตรงก็ตามมาได้เลย แต่ถ้าหากคันหลังต้องการจะเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็สามารถเลี้ยวได้ตามสะดวก

@ ช่วยส่องไฟ
ในการเดินทางในยามค่ำคืน เราอาจะพบกับสภาพท้องฟ้าปิด ทำให้ถนนและเส้นทางที่เรากำลังเดินทางนั้นมืดสนิท ทัศนวิสัยต่ำมองเห็นเส้นทางค่อนข้างลำบาก และเมื่อเราพบกับพี่สิบล้ออยู่ข้างหน้า และเรากำลังจะแซง ในบางครั้งอาจพบว่ารถบรรทุกเปิดไฟสูง สาเหตุก็เพื่อเป็นการส่องทางข้างหน้าช่วยให้เราเห็นเส้นทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเปิดค้างไว้จนกว่าเราจะแซงรถบรรทุกพ้น และจะดับไฟสูงลงเมื่อเรากลับเข้าเลนได้ ถ้าเราเจอคนขับน่ารักๆแบบนี้ เมื่อแซงพ้นแล้วก็บีบแตรสั้นๆ ขอบคุณสักนิด เขาก็จะบีบแตรตอบกลับมา...ซึ่งการใช้รถใช้ถนนแบบนี้ ถือเป็นผู้ร่วมทางที่น่ารักมากเลยทีเดียว

@ ข้างหน้ามีเหตุ
ในกรณีที่เราวิ่งสวนทางกับรถบรรทุก แล้วพี่สิบล้อส่งสัญญาณไฟโดยดับไฟหน้าและเปิดขึ้น แสดงว่าเขากำลังบอกเราว่าทางข้างหน้ามีด่านหรืออุบัติเหตุรุนแรงให้ชะลอความเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย หรือให้เราเตรียมความพร้อมกับเหตุการณ์ข้างหน้าด้วย

@ เช็คเพื่อนร่วมทาง
หากเห็นรถบรรทุกวิ่งสวนมา แล้วกะพริบไฟสูง 1 ครั้ง มี 2 กรณีคือ เตือนรถที่วิ่งสวนทางกันมา หรือเป็นการถามว่าทางที่เราผ่านมามีด่านหรืออุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า ถ้าทุกอย่างปกติดี ก็กะพริบไฟหน้าตอบเขาไป 1 ครั้ง แต่หากมีด่านหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ให้ดับไฟหน้าและเปิดขึ้น เหมือนกรณีข้างหน้ามีเหตุ เพื่อเป็นการเตือนพี่สิบล้อให้เตรียมพร้อมกับทางข้างหน้า

@ ข้างหน้ามีด่าน
หากเห็นรถบรรทุกคันที่สวนมา อยู่ดีๆ กะพริบไฟหน้าพร้อมเปิดไฟเลี้ยวมาทางฝั่งเรา นั่นแสดงว่าข้างหน้ามีด่าน ให้เตรียมตัวและระมัดระวัง เตรียมชะลอความเร็ว และใช้ความเร็วต่ำ หากยังวิ่งด้วยความเร็วสูงอาจเกิดอันตรายได้

@ ขอทาง!
หากเห็นรถบรรทุกวิ่งกันมาเป็นแถวๆ แล้วจู่ๆ มีคันในแถวแฉลบหัวรถออกมาพร้อมกะพริบสูงไฟ 1 ครั้ง นั่นแสดงว่าเขากำลังขอทางและบอกเราว่ากำลังจะเร่งเครื่องแซง ขอใช้ทางวิ่งในเลนของเรา ให้เราระวัง ชะลอความเร็ว และถ้าเราพร้อมจะเปิดทางก็กะพริบไฟสูงตอบกลับไป 1 ที

เมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงหายสงสัยกันแล้วสินะ ว่าสัญญาณไฟต่างๆที่พี่รถบรรทุกเปิดตลอดเส้นทางที่ขับร่วมทางกันมาในยามค่ำคืนนั้นคืออะไร

จากสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่มีต่อเพื่อนร่วมทาง ตลอดเส้นทางการขับขี่ ทำให้เห็นแง่มุมดีๆ และเปลี่ยนทัศนคติต่อผู้ขับรถบรรทุกที่เราเรียกกัน "สิบล้อ" ให้ดีขึ้นจากเดิมได้

แล้วตรองดูสักนิดว่าเขาเหล่านั้นยังเป็นแบบที่เราคิดในแง่ลบต่างๆนานา อยู่หรือเปล่า??

ขอขอบคุณข้อมูล,รูปภาพ จาก www thairath co th , www manager co th , one rescue

ที่มา: http://tiretruckintertrade.blogspot.com/2014/09/blog-post_28.html

รักสิบล้อรอสิบโมง รอยัลสไปรท์ส

ไม่รักแกล้งหลอก - ดอน สอนระเบียบ


เคล็ดลับ..ดูแลรถยนต์หน้าร้อน
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

อากาศร้อนแบบนี้ การดูแลรถยนต์ย่อมต้องหาวิธีช่วยลดความร้อน เพื่อยืดอายุการใช้งาน ยานยนต์..

"มติชน" ขอแนะนำวิธีดูแลรถยนต์ช่วงหน้าร้อนดังนี้

1. เช็กระดับน้ำระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ เช็กได้สองจุด คือ เช็กหม้อน้ำ ต้องระวัง ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในขณะหม้อน้ำยังมีความร้อนสูง เพราะจะทำให้น้ำร้อนในหม้อน้ำพุ่งออกมาโดน ควรเช็กขณะหม้อน้ำยังเย็น โดยเปิดฝาหม้อน้ำดูว่าระดับน้ำอยู่บริเวณคอหม้อน้ำหรือไม่ ถ้าขาดก็ควรรีบเติมทันที

และอีกเรื่องช่วยลดความร้อนก็คือ สารหล่อเย็น สามารถนำสารหล่อเย็นเติมผสมกับน้ำเปล่า เพื่อสารหล่อเย็นจะเป็นตัวช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพขึ้น

เช็กถังพักน้ำ ทำได้ง่ายๆ เพียงสังเกตถังพักน้ำว่าระดับน้ำนั้นอยู่ระดับไหน จะมีระดับน้ำแจ้งอยู่ 2 ระดับ คือ Min-Max ไม่ควรให้ระดับน้ำในถังพักน้ำต่ำกว่าระดับ Min โดยเด็ดขาด และไม่ควรเติมน้ำให้เกินระดับที่เขียนว่า Max ด้วย

2. เช็กซีลยางใต้ฝาปิดหม้อน้ำ วัสดุนำมาใช้จะเป็นโลหะ แต่ด้านใต้ของฝาหม้อน้ำ จะมียางรองเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมออกมา เป็นจุดต้องตรวจสม่ำเสมอ ถ้าซีลยางเริ่มแข็งตัวไม่นิ่มบ่งบอกว่ายางเสื่อมสภาพ ควรซื้อฝาหม้อน้ำมาเปลี่ยนทันที

3. การตรวจสภาพท่อยางน้ำ เป็นอีกจุดที่ควรตรวจอย่างละเอียด เพราะตัวท่อยางน้ำจะเป็นเส้นทางเดินน้ำในระบบหล่อเย็น วิธีตรวจคือ ให้นำมือไปรองบีบตัวท่อยางดูว่ามีรอยแตกที่ตัวท่อยาง หรือมีรอยน้ำรั่วตรงจุดไหนบ้าง ถ้าไม่มีรอยแตกรอยรั่ว ต้องสังเกตท่อยางน้ำมีอาการบวมหรือไม่ ถ้าเริ่มบวมควรรีบเปลี่ยนทันที

4. พัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ จะทำหน้าที่เป่าลมผ่านหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อน ในช่วงรถติดพัดลมระบายความร้อนจะทำงานหนักมาก การสังเกตว่าพัดลมระบายความร้อนทำงานเป็นปกติหรือไม่ ให้ดูจากแรงลมปะทะมือ หรือฟังเสียงของพัดลมดูว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีควรรีบเข้าไปตรวจที่ศูนย์บริการหรืออู่ที่ไว้ใจได้โดยทันที

5. อย่าเร่งแอร์สู้ความร้อนในรถ เมื่อขึ้นรถควรไล่อากาศร้อนจัดออกก่อน ด้วยการเปิดหน้าต่าง พร้อมปรับพัดลมแอร์สูงสุดเพื่อดันความร้อนโดยเร็ว หรือจะใช้วิธีเปิด-ปิดประตูรถเพื่อระบายความร้อนก็ได้ จะไม่ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนัก เสียหายง่าย และช่วยประหยัดน้ำมันด้วย หากจอดในพื้นที่ปลอดภัยก็แง้มหน้าต่างไว้บ้าง ทำให้ความร้อนในห้องโดยสารไม่สะสมสูงเกินไป ช่วยรักษาวัสดุภายในรถไม่ให้แห้ง กรอบ แตก เร็ว

6. หมั่นขยับส่วนประกอบที่เป็นยาง ความร้อนของแดดที่สะสม อาจทำให้วัสดุยางละลายจนเหนียวและด้าน เมื่อถึงเวลาใช้งานก็ฉีกขาด หมั่นเปิด-ปิดให้ขอบยางได้ขยับบ้าง เช่น หน้าต่าง ประตูหลัง กระโปรงท้ายรถ หลังคาซันรูฟ และที่ปัดน้ำฝน ควรขยับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะช่วยยืดอายุได้

7. เติมลมยางรถยนต์มากขึ้น การเติมแรงดันลมยางให้มากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์ ช่วยป้องกันการเปิดตัวของแก้มยาง หากยางอ่อน แก้มยางเกิดการบิดตัวได้มากและร้อนง่ายกว่าปกติ อาจส่งผลให้แรงดันภายในของยางรถสูงขึ้นจนระเบิดได้ ควรหมั่นตรวจสภาพยางมากกว่าปกติ เพราะหน้าร้อนจะเห็นอาการของยางบวมได้ชัดเจน เมื่อเจอปัญหาควรรีบเปลี่ยนยาง.

คอลัมน์ คาร์ทิปส์ : มติชนรายวัน
http://www.matichon.co.th/news/122937

หน้าร้อนกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์

เคล็ดลับจอดรถตากแดดไม่ให้ร้อนจี๋

วิธีการเปลี่ยน-ถ่ายน้ำหม้อน้ำรถยนต์ด้วยตัวเอง

5อาการก่อนเกียร์ออโต้เจ๊ง..
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร


ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติที่เคยให้ความสบายในการขับขี่ไม่ต้องคอยมานั่งเหยียบครัตช์ให้วุ่นวาย มาวันหนึ่งเกียร์ออโต้ก็เกิดเดี้ยงขึ้นมาถึงเวลาต้องเสียเงินเสียทองกันอีกแล้ว เกียร์มาเจ๊งเอาในช่วงเปิดเทอมยิ่งทำให้บีบรัดกระเป๋าเงินหนักข้อเข้าไปอีก อุตส่าห์ใช้อย่างระวังก็ยังไม่วายเจ๊ง

มาดูอาการก่อนที่เกียร์ออโต้จะลากลับบ้านเก่ากันดีกว่า

1- วิ่งเกียร์เดียวปราดเปรียวว่องไว (ซะที่ไหน)

เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นหากเกิดการขัดข้องหรือมีการทำงานที่ผิดพลาดไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากอายุการใช้งานหรือการขับที่ผิดวิธี จะมีการปรับเข้าสู่โหมดการขับฉุกเฉินแค่ประคองขับได้เกียร์เดียวคือเกียร์ 3 เมื่อ ECU ที่ควบคุมเกียร์พบเจอความผิดปกติของการทำงาน สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานของเกียร์ออโต้ลูกนั้นจะสั่งให้วิ่งแค่เกียร์เดียวนั่นก็คือเกียร์สามตั้งแต่ต้นยันจบไม่สามารถเปลี่ยนขึ้นหรือลงได้แต่พอที่จะถอยหลังได้ พร้อมๆกับไฟสัญลักษณ์รูปเฟืองที่ติดขึ้นมาบนมาตรวัดเพื่อแจ้งให้คุณรีบนำเจ้าลูกชายตัวแสบไปตรวจสอบระบบเกียร์เป็นการด่วน

บางครั้งหากไฟโชว์เตือนเกียร์เจ๊งติดๆดับๆ ลองให้ช่างตรวจสอบจุดที่เชื่อมต่อเซ็นเซอร์หรือล้างทำความสะอาดเปลี่ยนถ่ายกรองเกียร์กับน้ำมันเกียร์ก็อาจโชคดีหายขาดโดนแค่หางเลขเบาะๆ ไม่ถึงกับกระเป๋าฉีก

แต่หากช่างตรวจพบการสึกหรอเสียหายในระบบเกียร์และมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือหนักกว่านั้นก็เปลี่ยนเกียร์ใหม่กันทั้งลูกอันนั้นก็ถือซะว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจัดกันจนเหงื่อตกเมื่อเห็นบิลค่าซ่อมหรือค่ายกเกียร์ใหม่ทั้งลูก

2- กดคันเร่งเพื่อแซงแต่ไม่แรงเหมือนอย่างเคย

ขับมาดีๆ พอเจอรถช้าก็อยากจะแซง กดคันเร่งลงไป รอบเครื่องกวาดทะยานขึ้นไปสี่-ห้าพันรอบต่อนาทีพร้อมเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มราวกับรถแข่งแต่รถก็ยังไม่ตอบสนองพุ่งทะยานเหมือนอย่างเคย

กดจนมิดขาแทบจะทะลุพื้นรถเจ้าลูกชายตัวแสบก็ยังคงวิ่งเอื่อยๆ แบบทองไม่รู้ร้อนทั้งๆ ที่เมื่อก่อนพอคิกดาวน์ลงคันเร่งลึกๆ เกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำเพื่อเรียกแรงบิดสำหรับการเร่งความเร็วหรือเพื่อแซงรถช้า

หากรถของคุณเกิดอาการดังกล่าวแสดงว่าเกียร์ออโต้ต้องมีการพบกับช่างซ่อมเสียแล้ว ภาวนาให้อย่าเป็นอะไรมากในสภาวะที่ย่ำแย่แบบนี้ เบาหน่อยเพราะใช้รถญี่ปุ่นก็หลักหมื่นหรือหลายหมื่น หนักหน่อยเพราะขับรถแพงพวก Benz / BMW ก็หลักแสนหรือหลายแสน สบายกันไปท่านผู้ชม

3- เกียร์กระตุกยังกับคนเป็นพาร์กินสัน

เมื่อก่อนตอนออกมาใหม่ๆ ก็เปลี่ยนเกียร์เรียบเนียนดี แต่อยู่กันไปอยู่กันมาชักจะงอแง เปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้งกระตุกกระชากจนเล่นเอากิ๊กใหม่กิ๊กเก่าตกอกตกใจ ไม่ว่าเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นหรือลงก็กระชากปับๆสะท้านมาถึงร่องก้น

อีแบบนี้ไม่ควรดันทุรังขับต่อเดี๋ยวจะเจ๊งไปกันใหญ่โต รีบนำตัวแสบไปให้ช่างเกียร์ที่คิดว่าไม่ฟันคุณคอขาดและมีความซื่อสัตย์ในการประกอบอาชีพซ่อมเกียร์ไม่ได้รับอีดาบรอลูกค้าอยู่หลังอู่ หาอู่ซ่อมเกียร์ดีๆ เพื่อตรวจสอบดีกว่าขับไปเรื่อยๆ แบบไม่สนติ้วใดๆทั้งนั้นสุดท้ายคุณจะพบรักกับรถสไลส์ออนเข้าจนได้

4- เข้าเกียร์ถอยแต่ดันไม่ถอย

ก่อนจะเจอกับอาการถอยหลังไม่ได้นี้ จะมีการเตือนก่อนแทบจะทุกครั้งคือ เมื่อต้องการจะถอยหลัง ใส่เกียร์ R หรือเกียร์ถอยแล้วต้องรอกันสักครู่ไม่ใช่ยัด R ปั๊บก็ถอยปุ๊บเหมือนตอนป้ายยังแดงอยู่ ซึ่งมีการตอบสนองที่สดใสใหม่ปิ๊ง

ใช้งานกันมาได้พอสมควรแก่เวลาหรือวิ่งมาเป็นแสนๆ เกียร์ออโต้ก็ต้องสึกหรอตามอายุการใช้งานเป็นเรื่องธรรมดา

หากผลิตเกียร์ที่เหนียวโคตรไม่ยอมพังง่ายๆ แม้จะกระแทกกระทั้นดันเกียร์กันตลอดก็ยังไม่ยอมพัง แบบนี้บริษัทผู้ผลิตเกียร์อาจเจ๊งเสียก่อนเพราะเกียร์ไม่ยอมเสียทำให้ขายชิ้นส่วนหรือขายเกียร์ใหม่ไม่ได้เจ๊งกระจายกันไป

เกียร์ถอยที่พอเข้าแล้วต้องรอนานผิดปกติบอกให้ทราบถึงความผิดปกติในระบบเกียร์ เมื่อยังไม่มีเวลาหรือยังไม่มีเงินซ่อมก็ต้องทนใช้กันไป

จากที่เคยรอนานแล้วค่อยไหลถอยหลังกลายมาเป็นนิ่งสนิทไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น อีแบบนี้เกียร์เจ๊งแน่นอน เบาหน่อยก็แค่เปลี่ยนผ้าครัตช์ หนักหน่อยก็ยกเกียร์ใหม่ทั้งลูกขึ้นอยู่กับอาการ

5- เครื่องเย็นดันไม่แล่นต้องรอเครื่องร้อน

สตาร์ตเครื่องเลื่อนคันเกียร์ไป D แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่ รถยังจอดอยู่กับที่แม้จะถอนเท้าออกจากเบรกกดไปที่คันเร่งพ่อเจ้าประคุณตัวแสบก็ยังนิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนทั้งๆ ที่จะต้องรีบแจว ยัดก็แล้วโยกคันเกียร์ก็แล้วยังดื้อไม่ยอมไป พออุณหภูมิเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์ร้อนรถถึงยอมขยับตัวด้วยความเกียจคร้าน

แบบนี้เห็นทีจะต้องไปพบรักกับช่างซ่อมบำรุงเกียร์กันอีกแล้ว แผ่นครัตช์ของเกียร์ออโต้แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ใช้งานไปเป็นแสนมันก็ต้องสึกหรอตามธรรมดา ซ่อมครัตช์ทั้งที ยกชุดครัตช์ของเกียร์ 1-2-3-4-5 ไปเลยจะดีกว่า เปลี่ยนชุดที่พังเดี๋ยวตัวอื่นพาลพังตามขึ้นมาอีกจะเข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก

โอริงที่ทำงานมานมนานก็เริ่มเสื่อมสภาพบล็อกน้ำมันไม่อยู่ต้องรอให้เครื่องร้อนก่อนถึงขยายตัวและบล็อกน้ำมันได้ตัวแสบถึงจะยอมวิ่งออกไปได้ แบบต้องร้อนรุ่มกลุ้มอุราถึงจะวิ่งออกอย่างนี้ก็ไม่ไหว

โอริงใหม่ๆ ทุกตำแหน่งแบบจ่ายแพงหน่อยการซ่อมบำรุงก็จบไม่มาจุกจิกกวนอารมณ์ในสภาพอากาศคล้ายนรกแบบนี้ จะมาเลือกเปลี่ยนโอริงเฉพาะเกียร์ถอย ไม่ยอมเปลี่ยนโอริงในเกียร์อื่นๆ แบบคนขี้เหนียว

หาอู่หาช่างที่ไม่ได้ลับมีดลับขวานรอดักฟันลูกค้าที่เกียร์พังซึ่งโชคดียังพอมีอยู่อีกมาก

ช่างและอู่ที่ให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับลูกค้า คิดค่าซ่อมไม่แพงแถมยังรับประกันการทำงานคงต้องไปสืบหากันเอาเอง แนะนำไปเกิดไม่ถูกใจพระเดชพระคุณท่านจะพาลซวยโดยใช่เหตุ

ขอให้มีความสุขในวันหยุดครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/616887

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์สอนตัวเอง.., วิธีป้องกันแก๊งตบทรัพย์รถยนต์, "มิจฉาชีพ ยูเทิร์น"


อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์สอนตัวเอง..
"และส่งต่อไปยังคนที่คุณรักนะครับ"

By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

ผู้หญิงคนหนึ่งไปเติมน้ำมัน ตอนที่รูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้ว และกำลังจะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดมีปัญหาให้เธอรีบลงจากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วย

เพื่อนคนนี้ก็งงมาก เพราะคิดว่าตามปกติ ถ้ารูดบัตรไม่ผ่าน เครื่องจะไม่ออกสลิปให้ แต่นี่ก็ได้สลิปแล้ว จึงเอาสลิปให้พนักงานคนนั้นดู เพื่อยืนยันการจ่าย และบอกว่ามีธุระต้องรีบไป

แต่พนักงานคนนั้นก็ยังยืนยันว่าเธอต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ดี พูดประมาณว่าจะลงไปคุยดีๆ หรือเปล่า

สุดท้ายเธอ ก็จำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำนักงานได้ก็โวยใหญ่เลย ว่าจ่ายตังค์แล้ว และพนักงานที่ไปเชิญเธอลงจากรถก็พูดกับเธอไม่ดีด้วย

เจ้าหน้าที่ปั๊มต้องรีบบอกให้เธอใจเย็นๆ และฟังเหตุผลของทางปั๊มก่อน

เจ้าหน้าที่ปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่ ช่วงเวลาเธอเดินลงไปซื้อของ เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับ เขาเห็นว่าผิดสังเกต ว่าไม่น่าจะเป็นคนที่มาด้วยกัน จึงโทรแจ้งตำรวจให้ และช่วงเวลานี้ อยากให้เธอออกจากรถก่อน เพื่อความปลอดภัย

พอได้ยินแบบนั้น เพื่อนก็ตกใจมาก รีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันที จังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง กำลังเปิดประตูและจะลงจากรถเธออยู่พอดี

ภายหลังทราบว่า พวกนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของอาชญากรรมแนวใหม่ คือเป็นพวกค้าชิ้นส่วนอวัยวะของผู้หญิง โดยจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิง เอารถแวะเข้าเติมน้ำมัน หรือแวะจอดซื้อของตามร้านข้างทาง หรือตามห้างสรรพสินค้า

วิธีการก็คือพวกนี้จะตัดเอ็นข้อเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหนี จากนั้นจะขับรถของเหยื่อ เพื่อพาเหยื่อไปฆ่า และชำแหละอวัยวะออกเป็นส่วนๆ

เมื่อได้อ่านแล้ว ขอให้ช่วยกันส่งต่อไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก อย่างน้อยอาจช่วยให้พวกเขารู้จักระวังตัว และไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

ข้อควรระวัง

1. ให้ล็อครถทุกครั้ง ที่ต้องลงจากรถ แม้ว่าจะเป็นการแวะลงไปทำธุระหรือซื้อของเพียงแค่ไม่กี่นาที

2. สำรวจหาบุคคลแปลกปลอมใต้ท้องรถ และเบาะด้านหลังทุกครั้งก่อนกลับขึ้นรถ

3. หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อออกนอกบ้าน โดยเฉพาะเมื่อต้องไปไหนในเวลากลางคืน

กรุณาอ่านและส่งต่อไปยังคนที่คุณรักนะครับ.

ที่มา: https://www.facebook.com/1515111868789182/photos/pb.1515111868789182.-2207520000.1458367604./1541437882823247/?type=3&theater

นี่อีกกรณีนึง โจรแสบแอบเปิดประตูรถ..

โจรบนถนน : วิธีป้องกันแก๊งตบทรัพย์รถยนต์

วิธีป้องกันแก๊งตบทรัพย์รถยนต์
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร


ข้อสังเกต: แก๊งตบทรัพย์มักจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง หรือคนมีอายุ และรถที่ค่อนข้างเก่า ไม่มีประกัน..

คนร้ายจะทำงานกันเป็นทีม ด้วยการขับรถประกบด้านหน้าและด้านหลังของรถเหยื่อ

โดยคันที่อยู่ข้างหน้า (โจร1) จะขับช้าๆ และคันที่อยู่ด้านหลัง (โจร2) มักจะขับจี้รถเหยื่อ เพื่อบังคับให้เหยื่อแซงออกไปยังเลนขวา ซึ่งเมื่อเหยื่อเปลี่ยนมายังเลนขวาแล้ว รถคันหลัง (โจร2) ก็จะแซงตามหลังมาเช่นเดียวกัน และพยายามบีบแตรไล่ให้เหยื่อตกใจ

เมื่อเหยื่อตกใจจนเปลี่ยนเลนมาทางซ้าย รถคนร้ายอีกคัน (โจร1) จะเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้รถเหยื่อเฉี่ยวชนรถตัวเองในลักษณะขับปาดหน้า และรถที่ขับจี้เหยื่อ (โจร2) จะขับหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งลักษณะการชนแบบนี้จะทำให้เหยื่อกลายเป็นคนผิด และอีกฝ่ายจะได้เปรียบตามกฎหมาย จากนั้นคนร้ายจะทำเจรจาเรียกค่าเสียหายจากเหยื่อทันที โดยมักจะอ้างว่าตัวเองต้องรีบไปทำธุระ

วิธีรับมือเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้

1. พยายามตั้งสติ อย่าขับชน

2. หากชนแล้ว อย่าเพิ่งลงจากรถ ให้โทรหาตำรวจทางหลวงที่เบอร์ 1193

3. ควรเรียกคู่กรณีไปเจรจาค่าเสียหายกันที่โรงพัก เพื่อให้ตำรวจช่วยจัดการ

ยังไงใครที่จะต้องขับรถไปทำงาน หรือมีธุระไปติดต่องานที่ตามต่างจังหวัดตัวคนเดียว ก็อย่าลืมระวังตัวกันด้วยนะจ๊ะ.

ที่มา: http://chaoprayanews.com/blog/happyforever/2015/08/04/วิธีป้องกันแก๊งตบทรัพย/

แชร์ให้ทั่ว! ชนตบทรัพย์ทำกันเป็นขบวนการ! ต้องระวังให้มาก

"มิจฉาชีพ ยูเทิร์น"
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร


"มิจฉาชีพ ยูเทิร์น" เตือนภัยกันสักนิด เดี๋ยวนี้ หากินกันแปลกๆ...

เรื่อง การหากิน ตรงทางกลับรถ

ผมเองก็เพิ่งจะเจอ การทำงานเป็นทีม ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เขาจะขับรถไป ยูเทิร์น ซึ่งขับนำรถเราไป พอถึงที่ยูเทิร์น ก็ยูเทิร์น เราก็ยูเทิร์น..

นึกภาพตามนะครับ

ระหว่างเรากำลังกลับรถ รถคันอื่นๆ ที่อยู่ฝั่งนี้ ก็จะหยุดให้เรากันหมด ทั้ง 3 เลน

พอเรากำลังหักพวงมาลัย เต็มที่ รถเราก็กำลังกลับหัว การมอง ก็จะเน้นมองข้างหน้า...

ครานี้ล่ะ ได้จังหวะ มิจฉาชีพอีกคน จะขี่มอไซค์ มาจากเลนซ้ายสุด มาแบบพุ่งมาเลย เพื่อให้เราชน!!..โครม ร่วง โอดโอย...ลงไปดู เจรจา...

หน้าม้า เริ่มมา(คนที่ขับรถนำหน้าเรามาก่อนนี้)..ทำเป็นมาช่วยเจรจาต่อรอง ให้เราจ่ายค่ารักษา จ่ายค่าซ่อมรถ...ถ้าตกลงกันได้ เรื่องจบ...

แต่ ถ้าตกลงไม่ได้ มีต่อ...หน้าม้าคนที่ 2 ถือกระป๋องสี มาทำทีดูแลความเรียบร้อย...เจรจาต่อรอง ช่วยไกล่เกลี่ย ค่าเสียหาย...ถ้าตกลงกันได้เรื่องจบ...

ถ้าตกลงไม่ได้ เรียกร้อยเวร (ว่างั้น)...หน้าม้าคนที่ 3 ร้อยเวรปลอม มาถึงทันที ทุกคนในที่นี่ จะมาถึงทันที โดยไม่ต้องโทรหา ไม่ต้องแจ้ง เพราะมันได้เตรียมการไว้หมดแล้ว...เราแทบหนีไม่ออก...

"น่ากลัวครับ และ ควรระวังที่สุด"

ข้อควรจำ..

1. ทุกทางกลับรถ ให้ขับช้าๆ อย่ารีบ อย่าคิดว่าทางกลับรถ คือช่วงที่ต้องรีบ ไม่จำเป็นครับ

2. หากเกิดเหตุ ดังว่า พยายามให้มันชนข้างรถเรา อย่าให้เราชนมันตรงๆ

3. ไม่ต้องเจรจากับคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าใคร แม้แต่คนที่ใส่เครื่องแบบฯ

4. เรียกประกันฯเท่านั้น

5. ถ่ายรูป ทุกมุมในจุดเกิดเหตุเอาไว้

6. โทรปรึกษา ญาติ เพื่อน ทันที

7. อย่ายอมตามข้อเสนอของพวกมัน ไม่ว่ามากหรือน้อยทั้งนั้น

8. ระวังทรัพย์สินในรถเราด้วย เผลอเป็นโดน

9. ช่วยเล่นงานมันกลับด้วย 555

**ก็ฝากกันเอาไว้นะครับ สำหรับนักขับขี่ทั้งหลาย คนเดี๋ยวนี้มันใจดำครับ**

Arvut Kaewniam
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10209114681805320&set=a.2495041456521.2145050.1267375960&type=3&theater



วิธี ลด ไล่ ความร้อน
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร


รถที่จอดตากแดด จนห้องโดยสารร้อน แก้ไขได้ด้วยวิธีง่ายๆ..

ชาวญี่ปุ่นมีเทคนิคช่วยไล่ความร้อนออกจากห้องโดยสาร ด้วยวิธีง่ายๆ

ดูคลิปประกอบ..

1. เปิดกระจก ด้านคนนั่งข้างคนขับไว้

2. เปิด ปิด ประตูรถด้านคนขับ เพียง 5 ครั้ง

ใช้เวลาเพียง 10 วินาที ก็ไล่ความร้อนออกจากรถได้แล้ว

วิธี ลด ไล่ ความร้อนของรถ ที่จอดตากแดด

รถหาย..ต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อไปอีกหรือไม่?

แนะ 4 วิธีป้องกันรถไม่หายแน่นอน!

เพราะเหตุใด?? รถจักรยานยนต์ หรือ รถยนต์ สูญหาย ไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อไปอีก..
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

เนื่องจากสัญญาเช่าซื้อ เป็นสัญญาเช่าชนิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับการเช่า ตามมาตรา 567 บัญญัติว่า

มาตรา 567 ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อม ระงับไปด้วย

หมายความว่า ถ้ารถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไป ‪โดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ

‎สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตามกฎหมาย‬ คู่สัญญาสิ้นความผูกพันเสมือนไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อต่อกันอีกต่อไป

‪‎หากการเช่าซื้อยังคงผ่อนชำระไม่หมดผู้เช่าซื้อก็ไม่ต้องผ่อนชำระงวดที่เหลือในอนาคต‬

หลักการนี้เป็นบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567

ในกรณีไฟแนนซ์ หรือ ลิสซิ่ง ที่ให้เช่าซื้อ ทำสัญญาบังคับให้ผู้เช่าซื้อ ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเช่าซื้อต่อไป แม้ว่ารถยนต์นั้นจะสูญหายไปตามสัญญาก็ตาม สัญญาฉบับนั้น ก็ตาม(ข้อกำหนอในสัญญา) ก็ไม่สามารถบังคับได้ เพราะขัดต่อประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้สัญญาธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ.2555 ในข้อ 5 (4)

ข้อ ๕ ข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือมีความหมายทำนองเดียวกัน ดังต่อไปนี้....

(๔) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้ครบถ้วนตาม สัญญา ในกรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึด ถูกอายัด หรือถูกริบ โดยมิใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ เว้นแต่ค่าเสียหาย หรือเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทวงถาม การติดตามรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อ ค่าทนายความหรือค่าอื่นใด เพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัดตามความจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควร)

แต่การที่สัญญาจะระงับตามกฎหมายต้องปรากฏหมายว่า เหตุที่รถสูญหายไปนั้น ไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ

‪‎และที่สำคัญ‬ ผู้เช่าซื้อต้องแสดงให้เห็นว่า ตนได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาทรัพย์สินเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงรักษาทรัพย์สินของตนเองหรือไม่

เพราะโจทก์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ไม่อาจทราบได้เองว่า ขณะรถยนต์สูญหาย จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังเพียงใด

คดีนี้...ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาคดี ไม่สืบพยาน (คือจำเลยไม่มาศาลเพื่อสู้คดี) จึงไม่มีพยานหลักฐานให้ศาลพิจารณาได้ว่า จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการดูแลทรัพย์สินหรือไม่ ‪‎ศาลจึงต้องฟังว่าเหตุที่รถที่เช่าซื้อสูญหายเป็นความผิดของจำเลยที่1‬ ดังนั้น จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดใช้ราคาค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ สัญญาเช่าซื้อไม่ระงับไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567

(คำพิพากษาฎีกาที่ 6531/2558)

ที่มา: http://everyday-thailand.blogspot.com/2016/03/blog-post_10.html


ในกรณี ที่เช่าซื้อรถยนต์ และ ถูกไฟแนนซ์ บังคับให้ทำประกันภัย รถหาย โดยให้ไฟแนนซ์รับผลประโยชน์ เต็มจำนวน หรือบางส่วน
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

ต่อมารถหาย...ไฟแนนซ์ไปเรียกค่าสินไหมจาก บริษัทประกันภัยแล้ว ไม่มีสิทธิเรียกให้ผู้เช่าซื้อ ชำระค่างวดที่เหลืออีกต่อไป

คดีนี้ ไฟแนนซ์ใช้สิทธิไม่สุจริต ได้เงินจากประกันไปแล้วยังไม่พอ แต่กับมาบังคับ ให้โจทก์ (ผู้เช่าซื้อ) ชำระค่างวด อีก 10 งวดที่เหลือ โดยอ้างว่า มีข้อตกลงในสัญญาให้รับผิดชอบ (ถ้าปัจจุบันนี้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ) โจทก์ หลงเชื่อหรือกลัวว่าจะถูกฟ้อง ก็กัดฟันส่งจนหมด เสียเงินไป สองแสนเศษ

ครั้นมาปรึกษาทนาย จึงได้ความว่า เสียค่าโง่ ผ่อนกุญแจตั้ง สองแสนกว่าไปฟรีๆ

โจทก์จึงนำคดีมาฟ้อง ให้จำเลย โอนรถคันใหม่ให้ หรือ คืนเงินค่างวด ที่โจทก์จ่ายไป

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า..

ค่าเสียหายกรณีรถยนต์ที่ผ่อนสูญหาย การผ่อนรถยนต์โดยทำสัญญาเช่าซื้อที่มีข้อกำหนดในสัญญาให้ผู้เช่าซื้อต้องจัดทำสัญญาประกันภัย กรณีที่รถยนต์สูญหาย โดยให้ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้รับประโยชน์ และกำหนดในสัญญาด้วยว่า ถ้ารถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายอันผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบ ผู้เช่าซื้อต้องจ่ายค่างวดที่เหลือจนครบนั้น ถ้าผู้ให้เช่าซื้อได้รับค่าชดใช้สองทาง คือ จากผู้เช่าซื้อที่ต้องจ่ายค่างวดที่เหลือจนครบ และก็รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยด้วย กรณีเช่นนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาวินิจฉัยว่า กรณีที่รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกลักไป ผู้ให้เช่าซื้อได้รับค่าสินไหมทดแทนสองทางโดยได้จากผู้เช่าซื้อและจากบริษัทประกันภัย อันเป็นการเกินกว่าค่าเสียหายที่ได้รับ ‪‎เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต‬ ‪‎ผู้ให้เช่าซื้อต้องคืนค่าเช่าซื้อดังกล่าวให้ผู้เช่าซื้อ‬

(คำพิพากษาฎีกาที่ 4819/2549)

ที่มา: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=203073903390507&set=a.121037008260864.1073741828.100010636963592&type=3&theater