"คู่มือ...ทำกับข้าวเมืองเหนือประยุกต์" (ฉบับรีไซเคิ้ล) เล่มนี้ ผมขออนุญาตเรียกอย่างนี้ เพราะกระดากที่จะเรียกว่า "ตำรา" ผมเขียนขึ้นจากประสบการณ์ในการทำกับข้าวด้วยตนเองเกือบจะทุกวัน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่จนเกือบจะลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว ส่วนหนึ่งซึ่งนับว่าเป็นส่วนมากที่สุดมาจากความทรงจำในอดีต ที่ได้อาสาเป็นลูกมือช่วยผู้ใหญ่ทำกับข้าวอยู่เสมอ... และทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ผมได้ตรวจสอบชำระข้อความบางท่อนบางตอนที่เป็นส่วนสาระสำคัญกับหนังสือ "ตำราทำกับข้าวเมืองเหนือ" เขียนโดย คุณสงวน โชติสุขรัตน์ ซึ่งเป็นบรมครูทางการหนังสือพิมพ์ขั้นปฐมของผม แล้วนำมาคลุกเคล้าผสมผสานเรียบเรียงเขียนขึ้นมาใหม่ในเชิง "เล่าสู่กันฟัง" ทั้งนี้ เพื่อสะดวกแก่คนรุ่นใหม่ จะได้นำเอาไปเป็น "คู่มือ" อนุรักษ์การทำกับข้าวของเมืองเหนือ ให้คงอยู่ถึงคนรุ่นต่อๆไป โดยคำนึงถึงวิธีการการทำกับข้าวเพื่อให้ทำกันได้อย่างง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

แก๋งขนุน, ต๋ำขนุน, ต๋ำมะเขือยาว, ปลูกต้นไม้มงคลประจำวันเกิดปีเกิด, ละครเรื่องสี่แผ่นดิน

ลาวคำหอม...

เพลง ลาวคำหอม...

ยามเมื่อลมพัดหวน ลมก็อวลแต่กลิ่นมณฑาทอง ไม้เอยไม้สุดสูง อย่าสู้ปอง ไผเอยบ่ได้ต้อง แต่ยินนามนามดวงเอย โอ้เจ้าดวง เจ้าดวงดอกโกมล กลิ่นหอมเพิ่งผุดพ้น พุ่มในสวนดุสิตา แข่งแขอยู่แต่นภา ฝูงภุมราสุดปัญญาเรียมเอย โอ้อกคิดถึง คิดถึงคะนึงนอนวัน นอนไห้ใฝ่ฝัน เห็นจันทร์แจ่มฟ้า โอ้อกคิดถึง คิดถึงคะนึงนอนวัน นอนไห้ใฝ่ฝัน เห็นจันทร์แจ่มฟ้า ทรงกลด สวยสดโสภา แสงทองส่องหล้า ขวัญตาเรียมเอย ทรงกลด สวยสดโสภา แสงทองส่องหล้า ขวัญตาเรียมเอย

"สี่แผ่นดิน Four Reign" มีทั้งหมด 169 ตอน เพื่อความสะดวกผมแยกคลิปเป็น 5 ช่วงนะครับ

ขอบอก...เรื่องจะเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ 100 ขึ้นไป...

ขอให้เราได้รำลึกถึงความเป็นไทยในอดีตที่ผ่านเรื่องเล่ามีทั้งความทุกข์และความสุขตามอรรถรสที่ท่านจะพึงพอใจในการรับชม ขอให้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า สวัสดี

ภาพยนตร์สี่แผ่นดิน... (วัยเด็ก ตอนที่ 1 ถึง ตอนที่ 38)

ภาพยนตร์สี่แผ่นดิน... (วัยสาว ตอนที่ 39 ถึง ตอนที่ 50)

ภาพยนตร์สี่แผ่นดิน... (พบคุณเปรม ตอนที่ 51 ถึง ตอนที่ 82)

ภาพยนตร์สี่แผ่นดิน... (แต่งงาน ตอนที่ 83 ถึง ตอนที่ 100)

ภาพยนตร์สี่แผ่นดิน... (ครองเรือน ตอนที่ 101 ถึง ตอนที่ 169จบ)


ปลูกต้นไม้มงคล
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

"ต้นขนุน" เป็น "ต้นไม้มงคล" ชนิดหนึ่งในหลายๆชนิด ที่คนโบราณจะต้องปลูก "เอาเคล็ด" ไว้ตามทิศทางต่างๆภายในบริเวณบ้านภายหลังจากปลูกบ้านหลังใหม่เสร็จ ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าปลูก "ต้นไม้มงคล" เหล่านี้แล้ว ก็จะมีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา และพ้นภัยอันตรายจากทุกข์โทษทั้งปวง

เวลาปลูกบ้าน คนโบราณเขาจะดูทิศทางที่ตั้ง เวลาปลูก "ต้นไม้มงคล" ก็จะปลูกตามทิศทางเหมือนกัน ไม่ได้ปลูกเรื่อยเปื่อยแบบไม่มีหลักมีเกณฑ์ หรือนึกจะปลูกต้นอะไรปลูกตรงไหนก็ปลูกกันได้ตามใจชอบ

ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษของเรา ท่านยึดหลักในการปลูก "ต้นไม้มงคล" ดังนี้

ทิศ "อุดร" ของบ้าน ซึ่งก็คือทิศเหนือนั่นแหละครับ ท่านให้ปลูก "ต้นหัวว่าน" "ต้นฝรั่ง" และ "ต้นหมากผู้-หมากเมีย" ไว้ป้องกันอาคม เวทมนตร์คุณไสยต่างๆ ใครจะเข้ามาคิดร้ายไม่ได้เลย

ทิศ "ทักษิณ" ของบ้าน หรือทิศใต้ ให้ปลูก "ต้นมะม่วง", "ต้นมะพลับ" และ "ต้นตะโก" ป้องกันคนมารังแก รังควาน หาเรื่องเล่ห์-เพทุบายมาสู่

ทิศ "บูรพา" ของบ้าน คือทิศตะวันออก ให้ปลูก "ต้นไผ่สีสุก", "ต้นกุ่ม" และ "ต้นมะพร้าว" เชื่อว่าจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆไม่ให้มารบกวนคนในบ้านได้ และ "ต้นไผ่สีสุก" มีชื่อเป็นมงคล ออกเสียงคล้ายคำว่า "มั่งมีศรีสุข" ส่วน "ต้นกุ่ม" ก็จะเก็บเงินได้เป็นกลุ่ม (กุ่ม) ก้อน

ทิศ "ประจิม" ของบ้าน หรือทิศตะวันตก ให้ปลูก "ต้นมะยม", "ต้นมะขาม" และ "ต้นพุทรา" ป้องกันเป็นถ้อยคดีความ ผีซ้ำด้ำพลอย ถูกคุณไสยต่างๆกันได้สารพัด "ต้นมะขาม" เป็นเคล็ดทำให้คนเกรงขามครั่นคร้าม "ต้นมะยม" จะมีคนนิยม หรือมีนะเมตตามหานิยม ทำให้คนนิยมชมชอบไม่สร่างซา ตามเสียงมงคลของ "ต้นพุทรา"

ทิศ "อีสาน" ของบ้าน หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ปลูก "ต้นทุเรียน", "ต้นมะตูม" และให้ขุดบ่อน้ำไว้ ป้องกันโรคห่า โรคระบาด ไม่ให้เกิดแก่คนในบ้าน อีกทั้ง "ต้นทุเรียน" ก็เป็นเคล็ดหมายถึง ความเป็นผู้รู้ ผู้คงแก่เรียน

ทิศ "อาคเนย์" หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้าน ให้ปลูก "ต้นยอ", "ต้นสารภี" และ "ต้นกระถิน" จะป้องกันเสนียดจัญไร เภทภัยอันตรายอื่นๆ ชื่อมงคลของ "ต้นยอ" ทำให้คนในบ้านจะมีผู้คนสรรเสริญเยินยอ "ต้นสารภี" เป็นต้นไม้ยืนต้นอายุยืน ก็เป็นเคล็ดให้คนในบ้านอายุยืนยาว

ทิศ "พายัพ" ของบ้าน คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ให้ปลูก "ต้นส้มเขียวหวาน", "ต้นส้มซ่า", "ต้นส้มป่อย", "ต้นมะกรูด" และ "ต้นมะพูด" ป้องกันศัตรูหมู่ปัจจามิตรที่คิดเข้ามาปองร้าย และ "ต้นมะพูด" ก็เป็นเคล็ดให้ลูกหลานเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา (ปากเป็นเอก)

สำหรับ "ต้นขนุน", "ต้นคูณ", "ต้นพิกุล" และ "ต้นสะเดา" เขาให้ปลูกไว้ทางทิศ "หรดี" ของบ้าน ซึ่งก็คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเชื่อว่าจะป้องกันภูตผีปีศาจ และโทษโพยภัยอันตรายต่างๆที่จะมีคนใส่ร้ายป้ายสี และที่สำคัญ "ขนุน" มีชื่อเป็นเคล็ด เมื่อปลูกแล้วจะมีคนสนับสนุนให้เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าไปในทางที่ดีทั้งส่วนตัวและหน้าที่การงาน

ทั้งหมดทั้งปวงที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมว่าเชื่อโบราณเอาไว้บ้างก็ไม่เสียหายแต่ประการใด เพราะอย่างน้อยๆ "ต้นไม้มงคล" เหล่านี้ ก็ให้ประโยชน์ในด้านการทำเครื่องจักสาน เครื่องใช้ไม้สอยได้สารพัด รวมทั้งใช้รับประทานเป็นอาหาร และเป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย อีกอย่าง "กระถิน", "สะเดา" ก็เป็นผักรับประทานแกล้มกับน้ำพริกอร่อย ผลไม้ก็ "มะยม", "พุทรา", "มะขาม", "มะม่วง", "ส้มเขียวหวาน" และ "ขนุน" ให้วิตามินและเกลือแร่แก่ร่างกาย

สำหรับ "ขนุน" รับประทานได้ทั้งผลสุกและผลดิบ "ขนุนสุก" รสชาติหวานหอมกรอบอร่อย ส่วน "ขนุนดิบ" (ผลอ่อนๆ) เอามาทำเป็นกับข้าวก็เจริญอาหารดีเหมือนกันครับ


แก๋งขนุน
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

"ต้นขนุน" จัดว่าเป็น "ต้นไม้มงคล" ชนิดหนึ่งในหลายๆชนิด ที่ท่านปู่ย่าตายายบรรพบุรุษของเรา นิยมปลูกไว้ภายในบริเวณบ้าน ด้วยความเชื่อที่ว่า "ขนุน" มีชื่อเป็นเคล็ด เมื่อปลูกแล้วจะมีคนสนับสนุน ทำให้เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าไปในทางที่ดี ทั้งทางส่วนตัว และในหน้าที่การงาน

"ขนุน" รับประทานได้ทั้งผลสุกและผลดิบ ขนุนสุกรสชาติหวานหอมกรอบอร่อย ส่วนขนุนดิบผลอ่อนๆเอาไปทำเป็นกับข้าวได้หลายอย่าง ทั้ง ต้ม ตำ ยำ แกง ให้รสชาติอร่อยไม่แพ้ขนุนสุกเช่นกัน

เครื่องปรุง "แก๋งขนุน"

ขนุนดิบอ่อนๆ ผลขนาดพอเหมาะพอมือ 1 ผล มะขามเปียก 1 กำ กระดูกซี่โครงหมูครึ่งกิโลกรัม พริกแห้ง 7-8 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 1 กำมือ หัวหอม 5 หัว กระเทียม 2 หัว ตะไคร้ 1 ต้น ข่า 5 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศ 15 ลูก ใบชะพลู และผักชะอม

วิธีปรุง "แก๋งขนุน"

ก่อนอื่น เอาขนุนดิบอ่อนๆทุบเบาๆให้ทั่ว แล้วปอกเปลือกหนาๆทิ้งไป ผ่าเอาแกนกลางออก ล้างด้วยน้ำมะขามเปียก เสร็จแล้วหั่นขนุนเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ (ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป) ใส่หม้อพร้อมกับกระดูกซี่โครงหมูครึ่งกิโลกรัมสับเป็นชิ้น ๆ เติมน้ำพอท่วม ต้มไฟอ่อนเคี่ยวจนขนุนเปื่อยได้ที่

เอาพริกแห้ง 7-8 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 1 กำมือก็ได้ (แช่น้ำจนนิ่ม บีบให้แห้ง) หัวหอม 5 หัว กระเทียม 2 หัว ตะไคร้หั่นฝอย 1 ต้น ข่า 5 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นนิดหน่อย ใส่ครกตำให้ละเอียดเข้ากันดีจนได้ที่ ใส่มะเขือเทศ 15 ลูกผ่าสี่ ใช้สากบดในครก (ห้ามตำ) จนเข้ากันดี ตักใส่หม้อขนุนที่ต้มจนเปื่อยได้ที่ คนให้ทั่ว ต้มให้เดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น รสดี ใส่ใบชะพลูหั่นหยาบ ๆ และ "ผักหละ" (ชะอม) ลงไป ปิดฝาหม้อสักครู่แล้วยกลงจากเตา รีบเปิดฝาหม้อทันที เพราะถ้าปิดทิ้งไว้ ชะอมจะเหลืองซีดไม่น่ากิน


ต๋ำขนุน
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

เครื่องปรุง "ต๋ำขนุน"

ขนุนดิบอ่อนๆ 1 ผล พริกแห้ง 4-5 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 10-15 เม็ด หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ตะไคร้ 1 ต้น ข่า 2 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศ 10 ลูก น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ เนื้อหมูสับ 1 ขีดหรือกากหมู กุ้งแห้ง 1 กำมือ กระเทียมเจียว ใบมะกรูด ต้นหอม-ผักชี พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และแคบหมูกรุบๆกรอบๆตามใจชอบ

วิธีปรุง "ต๋ำขนุน"

เอาขนุนดิบเลือกผลอ่อนๆหั่นเป็นแว่นบางๆขนาด 2 ซ.ม. สัก 4-5 แว่น ใส่หม้อเติมน้ำพอท่วม ต้มจนขนุนสุกเปื่อย แล้วตักขึ้นทิ้งให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกหนาๆทิ้ง ผ่าเอาแกนกลางออก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้

เอาพริกแห้ง 4-5 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 10-15 เม็ด (แช่น้ำจนนิ่ม บีบให้แห้ง) หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ตะไคร้หั่นฝอย 1 ต้น ข่า 2 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นนิดหน่อย ใส่ครกตำให้ละเอียดจนเข้ากันดี แล้วใส่ขนุนที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆลงไป ตำให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศ 10 ลูกผ่าครึ่ง แล้วบดในครก (ห้ามตำ) จนเข้ากันดี พักไว้

กระทะใส่น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟอ่อน พอร้อนตักน้ำพริกในครกลงไปผัดกับหมูสับ 1 ขีด (ใช้กากหมูแทนก็ได้) โรยกุ้งแห้ง 1 กำมือลงไป ผัดจนกระทั่งน้ำพริกส่งกลิ่นหอมฉุย (ขณะผัดเติมน้ำล้างครกลงไปด้วยครั้งละ 1-2 ทัพพี ผัดไปเคี่ยวไปด้วยไฟอ่อนๆจนน้ำแห้ง) ปรุงรสด้วยน้ำปลา รสดี

ตักใส่ถ้วยโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และใบมะกรูด-ต้นหอม-ผักชีหั่นฝอย รับประทานแกล้มกับพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และแคบหมูกรุบๆกรอบๆ รับรองอร่อยจริงๆครับ


ต๋ำมะเขือยาว
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

เครื่องปรุง "ต๋ำมะเขือยาว"

มะเขือยาวลูกใหญ่ 2 ลูก ถ้าลูกเล็กก็ 3-4 ลูก ไข่เป็ด 1 ฟอง พริกหนุ่ม 4-5 เม็ด หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว กะปิดี 1 ช้อนชาหรือปลาร้าตัวเล็ก ๆ 2-3 ตัว รากผักชี 3-4 ราก กระเทียมเจียว ใบสะระแหน่ ต้นหอม-ผักชี ใบโหระพา ใบแมงลัก และแคบหมูตามใจปรารถนา

วิธีปรุง "ต๋ำมะเขือยาว"

เอามะเขือยาวลูกใหญ่ 2 ลูก ถ้าลูกเล็กก็ 3-4 ลูก เจาะรู 2-3 รู (กันแตก) ย่างบนเตาถ่านไฟรุม ๆ พลิกกลับไปกลับมาจนสุกทั่วดี ลอกเปลือกที่ดำๆออกให้หมด แล้วตัดเป็นท่อนๆขนาด 2 นิ้ว เตรียมไว้พร้อมกับไข่เป็ด 1 ฟองต้มให้สุกแกะเปลือกผ่าแปด

เอาพริกหนุ่ม 4-5 เม็ด หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว เผาไฟให้สุก ลอกเปลือกที่ดำๆออก กะปิดีก้อนเท่าหัวแม่มือห่อใบตอง 2-3 ชั้น ปิ้งบนเตาจนสุกเช่นกัน แล้วเอาทั้งหมดรวมทั้งรากผักชี 3-4 รากใส่ครก ตำให้ละเอียดจนเข้ากัน ใส่มะเขือยาวและไข่เป็ดต้มที่เตรียมไว้ลงไป ใช้สากบดในครก (ห้ามตำ) ปรุงรสด้วยน้ำปลา รสดี

กะปิดีใช้ทอดในน้ำมันก็ได้ หรือจะใช้ปลาร้าตัวเล็ก ๆ 2-3 ตัว ใส่กระทะเติมน้ำพอสมควร ต้มจนเดือดเหลือน้ำขลุกขลิก แล้วกรองเอาแต่น้ำใส่แทนก็ได้ ตามใจชอบ

เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว รับประทานแกล้มกับ ใบสะระแหน่ ต้นหอม-ผักชี ใบโหระพา ใบแมงลัก และแคบหมู อร่อยที่สุดครับ


ปลูกต้นไม้มงคลประจำวันเกิด
By: ธนวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

ว่ากันว่าหากคนเราปลูกต้นไม้ให้เข้ากับราศีที่เกิด จะยิ่งเสริมความมีสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย จึงนำเรื่องเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ให้เข้ากับวันเกิดของแต่ละคนมาให้อ่านกันเล่นๆ เผื่อหนุ่มๆ เค้าอยากจะหาซื้อต้นไม้ หรือดอกไม้ให้กับคนรัก ก็นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วเราก็ควรที่จะรักต้นไม้ทุกๆต้น เพราะต่างก็ให้ประโยชน์เท่าๆกัน

ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้

"โป๊ยเซียน" จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก,

"โกศล" เป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่าคือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข,

"จำปา" ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง,

"ชบา" ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส,

"ราชพฤกษ์" หรือ "คูน" ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติ์และมีศักดิ์ศรี,

"กุหลาบ" ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์ ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้

"วาสนา" ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา,

"โกศล" นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่าคือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข,

"มะลิ" ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป,

"ราตรี" นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก,

"มะม่วง" นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย,

"กวนอิม" เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย,

"โป๊ยเซียน" ควรเลือกปลูกที่ดอกสีขาวหรือสีเหลือง โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก,

"จำปี" หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า,

"พลูด่าง" เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต,

"แก้ว" คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว,

"มะละกอ" "มะยม" เชื่อว่าสามารถป้องกันความถ่อย ถ้อยความ และผีร้าย แต่บางตำราว่าจะทำให้ผู้คนนิยมชมชอบ,

"ชะพลู" ปลูกไว้เพื่อเสริมสิริมงคลแก่คนเกิดวันจันทร์,

"บัวบก" "กระถิน" ท่านว่าสามารถป้องกันเสนียดจัญไร

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร สีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูกควรเป็นสีใดสีหนึ่งนี้ ไม้ประดับที่เป็นสิริมงคล ได้แก่

"กุหลาบ" ควรปลูกที่ดอกสีแดง หรือชมพู เพื่อก่อให้เกิดความเป็นมงคล เกิดความสุขความสบายใจ และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ,

"โป๊ยเซียน" เลือกที่ดอกสีแดงหรือชมพู จะช่วยให้มีความโชคดีในชีวิตเสมอ,

"อัญชัน" เป็นไม้ประดับที่ให้คุณกับคนเกิดวันอังคารทางด้านความเป็นสิริมงคล,

"โกศล" นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่าคือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข,

"เข็ม" ควรเป็นเข็มแดงหรือชมพู ปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดความอ่านที่ดี ให้คุณโดยทั่วไปด้วย,

"ชบา" ที่ถูกโฉลกต้องเป็นชบาสีแดงหรือชมพู ให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค,

"พญายอ" หากคนวันอังคารปลูกเลี้ยงไว้ท่านว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน และควรเลือกที่มีดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีต้องโฉลก,

"กวนอิม" เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย,

"วาสนา" ชื่อก็เป็นสิริมงคลอยู่แล้ว หากปลูกร่วมกับต้นกวนอิมจะเหมาะสมอย่างยิ่ง ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา,

"พลูด่าง" เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต,

"โป๊ยเซียน" ควรเป็นโป๊ยเซียนที่มีดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกกว่าสีอื่น ๆ โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก,

"มะละกอ" "กล้วย" ไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใด จะให้ผู้ปลูกร่มเย็นเป็นสุขกายสบายใจ,

"ราชพฤกษ์" หรือ "คูน" เป็นไม้ที่ให้ความสดใสแก่บ้านด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี,

"กุหลาบ" หากเป็นสีเหลืองจะดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ จะทำให้ประสบกับความสุขสมบูรณ์ในทุกๆด้าน,

"โกศล" นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่าคือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข,

"ชบา" ควรเลือกปลูกชบาที่ดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกที่สุด

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ควรเป็นไม้ดอกสีขาวจึงจะต้องโฉลก,

"มะลิ" ถือเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป,

"จำปี" เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งของผู้เกิดวันพฤหัสบดี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า,

"ราตรี" นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก,

"พุด" ไม่ว่าจะเป็นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญมั่นคง แข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งสิ้น แต่ควรเป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว,

"กุหลาบ" ควรเป็นดอกสีขาว หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ,

"แก้ว" ท่านว่าปลูกแล้วจะส่งผลให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันศุกร์ มีดังนี้

"กุหลาบ" ควรเป็นกุหลาบแดง หรือชมพู หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ,

"อัญชัน" นั้นให้คุณด้านการประสบความสำเร็จในชีวิต,

"เข็ม" หากปลูกเข็มไม่ว่าจะสีแดงหรือชมพูไว้ในบ้าน จะทำให้ชีวิตก้าวหน้าไปด้วยดี,

"ชบา" เป็นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันศุกร์ จะสีแดงหรือชมพูก็ดีทั้งสิ้น,

"โกศล" นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่าคือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข,

"โป๊ยเซียน" ควรปลูกที่ดอกสีแดงหรือชมพู โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันเสาร์ มีดังนี้

"วาสนา" ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา,

"มะลิ" ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป,

"กวนอิม" เป็นไม้ที่ชื่อเป็นสิริมงคล ดังนั้นนอกจะเป็นมงคลแก่ผู้เกิดวันเสาร์แล้วยังส่งผลถึงบุคคลอื่นในครอบครัวด้วย เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย,

"ชมพู่" "จำปี" หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า,

"จำปา" ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันเสาร์อย่างยิ่ง,

"มะละกอ", "ฝรั่ง", "ราชพฤกษ์" หรือ "คูน" ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี,

"มะม่วง" นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้น

ปลูกต้นไม้มงคลประจำปีเกิด

เกิดปีชวด มิ่งขวัญเสริมดวงอยู่ที่ ต้นกล้วย และ ต้นมะพร้าว

เกิดปีฉลู มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นตาล ช่วยส่งเสริมให้ดีขึ้น

เกิดปีขาล มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นขนุน และ ต้นรัง

เกิดปีเถาะ มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นมะพร้าวและ ต้นงิ้ว

เกิดปีมะโรง มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นไผ่ ต้นกัลปพฤกษ์ และ ต้นงิ้ว

เกิดปีมะเส็ง มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นไผ่ และ ต้นรัง

เกิดปีมะเมีย มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นกล้วย และ ต้นตะเคียน

เกิดปีมะแม มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นไผ่ ต้นปาริชาติ และ ต้นทองหลาง

เกิดปีวอก มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นไผ่ ต้นยาง และ ต้นฝ้าย

เกิดปีระกา มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นไผ่ ต้นยาง และ ต้นฝ้าย

เกิดปีจอ มิ่งขวัญอยู่ที่ ต้นบัวบก และ ต้นสำโรง

เกิดปีกุน มิ่งขวัญอยู่ที่ กอบัวหลวง และ ต้นบัวบก